"ห่างเหินจากเอ็กซ์ทีนไปเสียนาน
คิดถึงเพื่อนๆทุกคนที่นี่จังเลยครับ
หวังว่าเรื่องที่ผมอัพตอนนี้
แม้มันอาจจะยาวไปสักหน่อย
แต่เพื่อนๆคงจะคงประทับใจหลังจากที่อ่านจบเนอะ" {#emotions_dlg.cool}
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
รูป
 
 
 
ในโรงเรียนประถมเล็กๆแห่งหนึ่ง
มีเด็กชายและเด็กหญิงคู่นึงเรียนอยู่
ดช.ต่ำต้อย - ดญ.สูงส่ง
คือชื่อของพวกเขา 
 
 
ทั้งสองเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่อยู่อนุบาล
เพราะบ้านอยู่ข้างๆกัน - เป็นเพื่อนเล่นกันมาแต่เล็ก
แต่แล้วนับวันที่ทั้งคู่เติบโต


ผลการเรียนที่ต่างชั้นนั้นได้แยก ดญ.-ดช. ออกจากัน
คนหนึ่งห้อง - ควีนหัวกระทิ
คนหนึ่งห้อง - บ๊วยสุดเกเร


ทุกวันช่องว่างระหว่างห้องนี้ได้สร้าง
 ความห่างเหินของทั้งสองคน
จนแทบจะกลายเป็นคนไม่รู้ัจักกัน
เพราะแทบไม่ได้เจอหน้าค่าตากันเลย

'ยัยสูงส่ง คงลืมเราไปแล้วล่ะ'
ดช.ต่ำต้อยทำหน้าบูด แล้วตัดพ้อในใจ
ในตอนที่นั่งเก้ออยู่บนม้าโยกตัวเล็ก
ที่ครั้งนึง อีกฝั่งเคยมีเด็กหญิงนั่งค้างอยู่บนนั้น 


ตลอดเวลาที่ล่วงเลย
ทุกวันภาพที่เด็กชายเห็นคือ
เพื่อนฝูงชั้นแนวหน้าที่รายล้อมอยู่รอบตัวเด็กหญิงสูงส่ง
รวมถึงพวกผู้ชายหน้าหม้อที่ห้อมล้อมเธออยู่ไม่ห่าง
'เธอคงมีความสุขมาก' 
 
 
..แต่เด็กชายคงลืมสังเกตไปว่า
แม้เด็กหญิงสูงส่งจะถูกห้อมล้อมไปด้วยผู้คนมากมาย
แต่เธอไม่เคยยิ้มยิงฟันเลย..
 
 
ทุกๆวันที่ 16 ในเดือนกรฏาคม
จะเป็นเทศกาลของโรงเรียนชื่อ ช็อคโกแลตเดย์
ในวันนั้นเด็กนักเรียนจะวิ่งวุ่นเอาช็อคโกแลตไปให้คนที่ตนประทับใจ


ซึ่งก็คือวันนี้
 แม้ว่าเด็กชายต่ำต้อยจะแสร้งเป็นตัดพ้อ
แต่เขาก็ซุกช็อคโกแลตถูกๆจากบ้านมาแท่งหนึ่ง ไว้ในกระเป๋ากางเกงมาโรงเรียน
เขาวางแผนจะยื่นให้เด็กหญิงสูงส่ง
 
 
'แล้วเราจะเอาไปให้ยัยนั่นทำไมวะเนี่ย-อ๊าสับสน'
เด็กชายคิดพร้อมกับขยี้หัว
 
 
เป็นไปตามคาด
ตั้งแต่เช้าเด็กชายรอคอยโอกาสที่จะมอบช็อคโกแลตให้ ตั้งแต่คาบเรียนแรก
 
จวบจนคาบสุดท้ายเขาก็ยังไม่ได้ให้ เพราะผู้ชายรวยๆทุกคนในโรงเรียนตามติดไม่มีห่าง
พวกหน้าหม้อ หน้าไหเหล่านั้นพร้อมจะยัดช็อคโกแลตใส่อ้อมแขน
ของเด็กหญิงเสมอ 
 
 
เด็กชายยิ้มเซงๆ
เดินคอตกเข้าไปในมุมตึก
'ดีแล้วล่ะที่ไม่ได้เอาให้เพราะไม่มีโอกาส และ เพราะเราดันโง่ซุกอยู่ในกางเกงจนมันละลายหมดแล้ว'


เรานี่จะโง่ไปถึงไหนนะ..
 

นางฟ้าแบบนั้นถึงเรามีโอกาสให้ช็อคโกแลตจริง เธอก็คงไม่รับของราคาถูก
เธอไม่ใช่คนที่เราเคยรู้จักแล้ว-เราอาจแค่เคยรู้จักกัน
ดีแล้วที่ไม่ได้ให้

ดีแล้ว

 'เหตุผล' มากมายหล่นทับความคิดของเด็กชายต่ำต้อยจนย่อยยับ
แต่แล้วความคิดนั้นก็ต้องสลายไป

เมื่อเด็กหญิงสูงส่งปรากฏตัวเข้าในมุมตึก
พร้อมกับเอานิ้วชี้แนบลงบนปาก
"ชู่วว เงียบๆนะชั้นหนีผู้ชายพวกนั้นอยู่"


ผู้ชายหน้าไห หลายคนวิ่งผ่านมุมตึกไป 
แล้วทั้งสองก็สบตากันแบบเต็มๆเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี


ในวินาทีเหล่านั้น

เด็กหนุ่มได้แต่ยิ้มแห้งๆอย่างเีจียมตัว
พร้อมกับซ่อนช็อคโกแลตแท่งไว้ด้านหลัง

ในขณะที่เด็กหญิงรีบเบี่ยงหน้าไปอีกมุม
เพื่อซ่อนความเขินที่กำลังระเรื่อบนแก้มสีแดง
ก่อนจะกลบความเขินจนหมด ทำหน้านิ่งแล้วหันกลับมาสบตาต่ออีกที


"วันนี้เห็นเราสังเกตเห็น เธอทำตัวลับๆล่อๆตั้งแต่เช้านะ บ่ายก็เห็น
มีอะไรรึเปล่า?"
 

เด็กชายงงงัน-เด็กหญิงเห็นเขาด้วยหรือ ทั้งๆที่เขาซ่อนตัวอย่างมิดชิด 
ทันใดนั้นความรู้สึกสั่งให้เขาหลับตาปี๋ 
และยื่นช็อคโกแลตออกไป 
 
 
"เราให้"

 
 
เด็กหญิงยิ้มยิงฟันและรับมา
เธอแกะห่อช็อคโกแลตแท่งถูกๆนั้นออกและพบว่ามันละลาย
 
 
'ทำไมไม่ให้เราตั้งแต่เช้า ดูสิละลายหมดแล้ว'
'มันมีเหตุผลมากมายที่เราไม่กล้าให้เธอ อีกอย่างเราคิดว่าเธอคงไม่รับ
ช็อคโกแลตถูกๆแบบนี้หรอก'
 
 
"เธอนี่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ
คิดมากอยู่เรื่อย ฉันอยากจะบอกเธอว่า
สำหรับฉันเหตุผลน่ะมันไม่สำคัญขนาดนั้นหรอก 
แล้วเธอก็ไม่ควรจะสนใจมันนัก
 

โดยเฉพาะเรื่องการที่เราอยากยื่นช็อคโกแลตให้ใครสักคนนั้น
มันเป็นเรื่องของความรู้สึกมาตั้งแต่แรกอยู่แล้วนี่

 ฉะนั้นอย่าเอา 'เหตุผล' มาขวางกั้น 'ความรู้สึก' เลย
เราคิดว่าอย่างงั้นนะ..
 
 
 
 
เด็กหญิงไม่ปกปิดใบหน้าที่แดงเขินนั้นอีกต่อไป
เธอจุ่มนิ้วชี้ลงบนช็อคโกแลตที่ละลาย
ก่อนจะตวัดขึ้นมาแล้วค่อยๆทาน

 
 

' อร่อยจัง '
 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เด็กดื้อ {#emotions_dlg.cool}

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ปอลอ.ขอบคุณทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านเลยน้า ไม่ได้อัพซะหลายเดือน แฮ่ะๆ
 


 

 
 
หลายคนคงรู้สึกสะเทือนใจไม่น้อย
กับเหตุการณ์ "ซึนามิ" ที่ประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 11 มีนาคม ที่ผ่านมา...
ครับผมเองก็รู้สึกแบบนั้น
และเอ็นทรี่นี้ก็อยากบอกเล่าความรู้สึกนั้นออกมา
 
อย่าเพิ่งกดกากบาทจากไป
หากมีเวลาก็ลองนั่งฟัง
 
.....
 
 
รูป
 
 
 
ภาพคลื่นสมุทรขนาดยักษ์ที่กว้างยาวและคลั่งกำลังโถมถันเข้าใส่เกาะฮอนชูประเทศญี่ปุ่น คลื่นคลั่งเหล่านั้นพัดพาพาหนะและบ้านเรือน จำนวนมากลอยไปตามกระแสน้ำที่เกิดจากแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงถึง 8.9 ริคเตอร์ ได้ปรากฏผ่านช่อง "สำนักข่าวไทย" ในจอโทรทัศน์ที่บ้านผม
เมื่อวันก่อน
 
 
เหวอและอึ้ง
คือความรู้สึกที่คลื่นสึนามิในสื่อสาดเข้ามากระทบกับความรู้สึกของเด็กมหาลัยอย่างผมในแวบแรก
ในตอนนั้นผมไม่รีรอที่จะตะครุบรีโมทเพื่อไหลต่อไปยังช่อง NHK เพื่อฟังความเคลื่อนไหวของข่าวจากประเทศญี่ปุ่นเองแบบสดๆ
แต่สิ่งที่ผมพบคือ
 
ไม่มีผู้ประกาศข่าวชาวเอเชียออนแอร์
ในตอนนั้นมีเพียงภาพของความเสียหาย เพลิงสีส้มที่กำลังลุกไหม้และเกลียวคลื่นที่ก่อความเสียหาย ประกอบกับเสียงบรรยายของผู้ประกาศข่าวแทนในช่วงที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ผมดู NHK ไม่แน่ใจว่าผมรู้สึกไปเองหรือไม่ว่า การอ่านข่าวของผู้ประกาศข่าวแดนปลาดิบนั้นมันช่างเรียบนิ่ง สงบ สง่า จนกลายเป็นแข็งกระด้าง ไร้ชีวิตชีวา
แต่ในครั้งนี้มันกลับแตกต่างออกไปราวกับว่าแก้วเสียงแห่งความแข็งกระด้างที่เปล่งออกมาในวันนั้น...
 
 
กลับมีความห่วงใยอยู่ภายใน
 
 
 
"เซนได" เมืองแห่งออนเซ็นซึ่งถือว่าเป็นจังหวัดที่พี่ญี่ปุ่นร่วมชาติอยากไปเยือนเป็นลำดับ 3 ของประเทศ
คือเหยื่อของธรรมชาติลำดับแรกในเหตุการณ์ครั้งนี้ ที่คลื่นยักษ์ขนาด 10 เมตรได้เข้ามาเยือนก่อนที่จะแผ่ขยายวงกว้างออกไปยังบริเวณอื่น
 
 
นับเป็นความสูญเสียที่สาหัส
 
แม้ระยะทางระหว่างประเทศไทยกับญี่ปุ่นจะห่างกันไม่น้อย
แม้ผมจะไม่ได้ถึงกับดูข่าวแล้วมีน้ำตาตกจนต้องหยิบกระดาษทิชชู่มาซับ แต่ผมก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึก
"เห็นใจ-เสียใจ" เพื่อนร่วมโลกแดนปลาดิบในเหตุการณ์นี้และไม่มีเหตุผลที่จะต้องอดด้วย
 
 
แต่ภาพที่ปรากฏบนจอที่มีเหลี่ยมสี่มุมในครั้งนี้ก็เหมือนโยนคำถามให้กับผมในนาทีที่กำลังสะเทือนอารมณ์
จนอดรู้สึกไม่ได้ว่านี่คือเรื่องตลกร้ายอย่างหนึ่งของโลกเช่นกัน
เรื่องตลกขำไม่ออก ที่กำลังบอกว่า...
 
 
"บางครั้งชีวิตมันสั้นกว่าที่คิดและเราก็มักจะไม่ทันตั้งตัว"
 
 
ผมไม่รู้หรอกว่า พี่ญี่ปุ่นเหล่านั้นจะยังมีสิ่งที่ติดค้างอะไรหลงเหลืออยู่ในใจไหม มีความฝันที่อยากไปให้ถึงและรอวันที่มันจะเป็นจริงอยู่หรือไม่ รึมีใครสักคนที่กำลังรอให้พวกเขากลับบ้านเพื่อดูแลหรือเปล่า ซึ่งความสงสัยเหล่านี้ก็ยังคงจะเป็นปริศนาต่อไปตลอดกาล
 
ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังคงหลงเหลือเสียงกระซิบเบาๆที่ส่งมาถึงผมผ่านทางหน้าจอนั้นว่า
 
 
"ธรรมชาติอาจเป็นคนกำหนดชะตาชีวิตเราว่าจะจบลงในวันใด
 นั่นคือสิ่งที่ไม่อาจฝืน
 แต่การจะดำเนินชีวิตอย่างไรให้มีค่าที่สุดก่อนที่จะถึงวันนั้น
 น้องทำได้แล้วน้องก็ควรเลือกที่จะทำ ก่อนที่จะไม่มีโอกาส
 เพราะชีวิตมันสั้นเหลือเกิน"
 
 
 
. .
 
 
 
 
 
ในตอนนี้
นายกรัฐมนตรี นาโอโตะ คัง คงกำลังเร่งสั่งการให้ความช่วยเหลือ
สำนักข่าวทุกแห่งคงกำลังพยายามนำเสนอข่าวและแจ้งข้อมูลต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อรประชาชน
พี่น้องบางคนในญี่ปุ่น อาจกำลังนั่งพับนักกระดาษเพื่อส่งแรงอธิษฐานอยู่ในซอยใดซอยหนึ่งของมุมเมือง
น้องเคอิโหงะก็กำลังพยายามติดต่อคุณพ่อ ซึ่งยังไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ด้วยความเป็นห่วง...
 
 
ส่วนผมที่อยู่นอกเหตุการณ์
คงทำได้เพียงเขียนเอ็นทรี่สั้นๆ นี้ขึ้นมาอย่างเงียบๆ
พร้อมกับกุมมืออธิษฐานให้เรื่องราวเลวร้ายในครั้งนี้เหมือนกับพล็อตการ์ตูนญี่ปุ่นทั้งหลาย ที่แทบทุกครั้ง
เมื่อประสบปัญหาสาหัส "ความหวัง" จะปรากฏออกมาและนำพาตัวละครรอดพ้นผ่านปัญหาไปได้ในที่สุด
 
 
แล้วก็อยากจะบอกให้พี่ๆทุกคนทางนั้น
ด้วยเอ็นทรี่นี้ว่า
 
 

 
" ขอให้พวกพี่ปลอดภัยครับ
  และขออย่าให้เกิดภัยพิบัติอะไรมาซ้ำเติมอีกเลย
  เพราะผมไม่อยากให้
  น้ำตาของญี่ปุ่นจะต้องไหลมากไปกว่านี้"
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
หนุ่มติ๋ม
(ขอให้ผ่านพ้นเรื่องร้ายๆไปไวๆ นะพี่ๆแดนปลาดิบ)
 
 
 
 
 
 
ปอลอ.ขอให้พี่ๆชาวญี่ปุ่นปลอดภัย อีกครั้งครับ
 
 
รูป
 
 
 
 
สึนามิ1