ดราม่า
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
        ถ้าหากส้มตำที่ใส่พริกหลายเม็ดมีรสแซ่บ
        มันก็ดูเหมือนว่าเรื่องราว 'ดราม่า' ที่ปรากฏในภาพข้างบนนั้นจะมีรสชาติจัดจ้านจี๊ดสุดๆ
 
 
        ผมไม่ได้รู้จักมาก่อนว่าร้านแม่อนงค์หรือร้านส้มตำในภาพนั้น อยู่ตำบลไหน อำเภอใด จังหวัดอะไร
        เพราะผมเจอความอัดอั้นตันใจนี้เข้าที่เว็บไซต์ fail
 
 

        ถึงอย่างนั้นขณะอ่าน, ก็ยังรู้สึกแซ่บในอารมณ์ที่กำลังพุ่งปรี๊ดอยู่ดี
        เพราะรู้สึกว่าร้านส้มตำที่กำลังมีสงครามกับร้านแม่อนงค์นั้น


        ช่างมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเสียเหลือเกิน , ก็มันมีอย่างที่ไหนกันที่เอาอาหารมาเสิร์ฟในร้านของคนอื่นแล้วไม่ยอมเก็บจานชาม แถมยังปล่อยให้อีกร้ัานแบกรับภาระดังกล่าวมานานนับปีอีกต่างหาก

        รู้สึกอย่างนั้นมั้ยครับ?
 
 
 

        'แย่' - นั่นคือความรู้สึกแรกที่แวบเข้ามาหลังอ่านดราม่าเรื่องนี้จบ
        หลังจากนั้นสิ่งที่ตามมาคือ,

        ภาพการปะทะคารมณ์ของคาแร็กเตอร์แม่ค้า ทั้งสองร้าน กำลังผุดโผล่ในหัวของผม ในตอนนี้ทั้งสองร้านอาจจะกระทำสงครามเย็นต่อกันโดยปลูกฝังอุดมการณ์ให้ลูกค้าของร้านตนเองว่า 'อย่าไปกินร้านของฝ่ายนั้นเด็ดขาดนะ'
        พร้อมกับเมาท์ถึงข้อเสียของอีกร้านให้กันฟัง
 

 
        
        นี่จึงนับเป็นสงครามที่ดูเหมือนว่าต้นตอของปัญหาจะเกิดขึ้นมาจากการขาดคำว่า
        "ความรับผิดชอบ - ในสิ่งที่ตัวเองทำ"
 
 
 
       หากมองลงไปบนเนื้อกระดาษที่พิมพ์ข้อความอันร้อนระอุนั้น
       จะพบว่ามีวรรคนึงที่ร้านแม่อนงค์เขียนว่า 'รับภาระนี้มานานปีแล้ว'

       ผมคิดว่าหนึ่งในนิสัยหลักของคนไทยคือ ช่างประณีประนอมเป็นพิเศษ ถ้าใครมาทำร้ายอะไรเรา เราก็ยิ้มรับและหวังว่าเดี๋ยวเขาก็คงเลิกทำร้ายเราเอง เราจะอดทนไว้จนถึงวันนั้น  แต่ลึกๆในใจก็สะสมอารมณ์ไว้เหมือนแมกม่าในภูเขาไฟ  จนพอทนไม่ไหวก็จะระเบิดตูมออกมาอย่างรุนแรง(โคตรๆๆๆๆ)
 
 
 
       อย่างที่ร้านแม่อนงค์ระเบิดมันออกมานั่นล่ะ
 
 
 
      ซึ่งโดยส่วนตัวผมคิดว่าการระเบิดอารมณ์แบบภูเขาไฟนั้นจะทำให้ึความสัมพันธ์อันดีที่เราเคยมีมาต่อใครสักคน
      นั้นมันแตกหักอย่างที่ไม่อาจมีรอยต่อได้อีก เพราะความรุนแรงได้ทำร้ายใจทั้งสองฝ่าย
 
 
      ผมนึกไม่ออกเลยว่า ลูกค้าของทั้งสองร้านจะรู้สึกยังไงที่ครั้งหนึ่งเคยสั่งอาหารจากทั้งสองร้านมากินร่วมกันได้
      แต่ในวันนึงกลับทำไม่ได้  แถมยังต้องตกอยู่ในภาวะความดราม่าอันกดดัน ที่สองร้านปะทะกันอีก
  
      (เว้นเสียแต่ว่า คุณเป็นคนที่สนุกกับการไปกินอาหารในร้านที่กำลังมีดราม่ากัน
      เพราะความมันส์ในอารมณ์ แบบนั้นคงไม่เป็นไร)
 
 
 
     ซึ่งเผลอๆถ้าเป็นแบบนี้นานๆผมว่า
     ลูกค้าอาจหายหมด
 
 
 
 
     สันติภาพย่อมดีกว่าสงคราม
     การเจรจาย่อมดีกว่าจับสากกระเบือมาตีกัน

 
 
     ผมคิดว่ามันคงจะดีไม่น้อย  ถ้าร้านส้มตำมีความรับผิดชอบในพฤติกรรมการเก็บภาชนะของตนและช่วยเช็ดโต๊ะมากกว่านี้ และทางร้านแม่อนงค์ก็ให้อภัยกับสิ่งที่อีกฝั่งเคยทำผิดพลาดไป
 
 
 
 
     ถึงผมจะไม่ได้รู้จักทั้งสองร้านข้างต้น แต่ผมก็เอาใจช่วยว่าจะมีวันนั้นนะ
     และผมก็เชื่อว่าเพื่อนๆทุกคนในเอ็กซ์ทีนก็คงเอาใจช่วยให้เกิดการคืนดีของทั้งสองร้านเช่นกัน
    
 

 
     อยากเห็นร้านอาหารรักกัน, มากกว่าตีกันครับ
     เพราะการสั่งเมนูของสองร้านซึ่งมีรสชาติไม่เหมือนกัน มากินร่วมกัน
     มันย่อมอร่อยกว่าการสั่งอาหารกินจากร้านเดียว

 
   
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เลิศสุนทรSmile
 
 
 
 
 
 
   (เอ้าพวกเราเอาใจช่วยทั้งสองร้านให้เกี่ยวก้อยคืนดีกันไวๆเถอะเนอะ)
 
 
 
ปอลอ.ขอบคุณภาพประกอบจาก  fail (www.fail.in.th) ครับ
  Kiss
 
    
 
 
        
 
 
       
 
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

I do think that that’s feasible to go to this site, because here simply people can find the perfectly done idea close to this good post. So, the dissertation service should take that for phd thesis accomplishing.

#9 By buy thesis (91.212.226.136) on 2012-01-08 19:53

Thank you very much for the good enough note close to this good post! Did you take the article submission for that?

#8 By EstradaDoris26 (31.184.236.16) on 2011-12-24 16:59

555

นั่งกินไป ลุ้นไป ตื่นเต้นดีออก55

#7 By [[E-นู๋นุ่น]] on 2011-03-02 19:35

ถ้าลูกชายกับลูกสาวทั้งสองร้านปิ๊งปั๊งกันล่ะ แค่คิดก็สนุก อิอิ open-mounthed smile

#6 By ถั่วเขียว (140.120.239.2) on 2011-02-21 19:18

จริง ๆ ถ้ามองอีกมุมก็น่าท้อใจเหมือนกันนะ

#5 By keaaaa on 2011-02-21 12:21

ถ้าตกลงกันไม่ได้ก็จ้างพนักงานเก็บภาชนะซะเลย ^^

นอกจากจะไม่เกิดสงครามแล้ว ยังสร้างอาชีพ ลดอัตราการว่างงาน ฮ่าๆ

#4 By นางศิลป์ on 2011-02-20 22:58


การเจรจาย่อมดีกว่าจับสากกระเบือมาตีกัน+55555 ถูกใจจริงๆ

#3 By ฃวด on 2011-02-20 21:10

เอาใจช่วยทั้งสองร้านให้คืนดีกันด้วยคนละกันนะ ลองนึกสภาพว่าถ้าเป็นลูกค้าแล้วเห็นข้อความแบบนั้นคงหมดอารมณ์อยากอาหารแน่ๆเลย ไม่ว่าจะไปนั่งร้านไหนก็เถอะ

#1 By fethful (202.28.27.6) on 2011-02-20 14:06