รูป
 
 
วันนี้,
ผมมีเรื่องเล่าเรื่องนึงอยากจะเล่าให้ทุกคนฟังมากๆครับ
มีชื่อเรื่องว่า "จงคิดอย่างมดกับปลวก"
 
เค้าว่ากันว่าคนที่อ่านอะไรก็ตามบนอินเทอร์เน็ตจะมีความสนใจ
อยู่แค่ 6 วินาทีเท่านั้น ซึ่งถ้าเราดึงดูดคนให้สนใจภายในเวลาดังกล่าว
ไม่ได้เขาและเธอเหล่านั้นก็จะคลิกกากบาทออกไปอย่างง่ายดาย ดื้อๆ ทื่อๆ
ไร้เยื่อใยหรือปฏิกิริยาตอบสนองใดๆทั้งสิ้น
 
 
รู้อย่างนี้แล้ว,
ใครที่ยังพับเพจนี้ออกไปให้ไกลโพ้นจากสายตา จะถือว่าใจร้ายต่อกันสุดๆเลยนะเนี่ย!
 
 
เพราะอย่างที่ผมบอกว่า, อยากเล่ามากๆๆจริงๆ ในเมื่อทนอ่านได้ถึงบรรทัดนี้
ผมเดาว่าคุณคงพร้อมที่จะฟังแล้วล่ะ
เริ่มเลยละกัน...
 
 
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องผี-แบบขนหัวลุกชูชัน
ไม่ใช่เรื่องวีรบุรุษ ที่ทำให้สังคมดีขึ้นหรือโลกร้อนน้อยลงอะไรทำนองนั้น
หากแต่มันเป็นเรื่องของ
 
"มดกับปลวก"
 
 
 
ที่นอกจากมันจะมีหน้าที่ยอดฮิตอย่างการขโมยของหวานไปจากโต๊ะของใครหลายคนหรือคอยแทะเศษไม้เหลือๆตามฝาบ้าน แต่หนึ่งในภารกิจที่ยิ่งใหญ่มากของพวกมันก็คือการสร้างรังกับจอมปลวกด้วยหยาดเหงื่อแรงกายนับล้านหยดภายในรังของพวกมัน
   ซึ่งทำให้คนอย่างผมอดอึ้งปนทึ่งไม่ได้ว่า
  "เจ้าสิ่งมีชีวิตชนชั้นล่าง 1 ซม. เหล่านี้มันทำได้ยังไง"
 
 
นั่นทำให้เด็กมหาลัยอย่างผมที่อยู่ในลำดับท้ายๆตารางของสาขาวิชาภาษาอังกฤษ
รู้สึกสงสัยจนต้องออกไปหาคำตอบ
ซึ่งผมไม่ได้ค้นพบหรอกครับว่าพวกมันสร้างรังกันได้ยังไง
เพราะยังไม่ได้ซื้อสารคดีของทางแนชั่นแนลจีโอกราฟฟิกมาชม
แต่สิ่งที่ผมพบกลับเป็นสิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นสำหรับผม
นั่นก็คือ
 
 
 
"ศิลปะของการใช้ชีวิตของพวกมดและปลวก
 ที่สามารถนำมาปรับใช้ได้กับชีวิตมหาลัยและนักศึกษาไทยควรมี
 ซึ่งเรื่องแบบนี้สารคดีแผ่นไหนก็ไม่มีเล่า"
 
 
 
แต่ผมกำลังจะเล่าให้ฟัง..
 
 
 
 หนึ่ง,ขยัน

 มดและปลวกถือเป็นสิ่งมีชีวิตที่ผมคิดว่าขยันจนติดลำดับต้นๆของโลก เพราะผมไม่เคยเห็นเลยที่พวกมันจะอู้งานสักครั้งทุกวันมันจะพาขาน้อยๆของมันออกไปหาอาหาร พร้อมกับสร้างรังอย่างขยันขันแข็ง..
 
 
ในมหาลัยความขยันคือสิ่งจำเป็นมากนะครับ
ผมเชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำนี้มาตั้งแต่อนุบาล ประถมยันมัธยมปลายก็ยังได้ยินอยู่ ในช่วงเวลานั้นอาจารย์จะคอยย้ำเตือนเสมอว่าขยันหน่อยนะลูก ส่งงานด้วยนะ จนเป็นเหมือนแรงกระตุ้นกึ่งบังคับให้เราต้องทำงานส่ง
 
แต่ในมหาลัย-มันไม่มีแบบนั้นนะครับ
อย่าประมาท!
 
เพราะผมประสบมาแล้วกับตัวเอง คือใช้ขีดความขยันเท่ากับสมัยเรียนมัธยมบนทัศนคติความเชื่อแบบเดิมๆ
"เรียนๆ เล่นๆ เดี๋ยวก็จบไปเอง"
 ตอนปี1 ก็สบายตัวดีหรอก
 แต่พอตอนปี 2 ผมวูบเลยครับ เพราะมีวันนึงที่ผมแทบจะเขียนอะไรลงไปในกระดาษคำตอบไม่ได้เลยเพราะไม่ได้อ่านหนังสือมาก่อน แน่นอนว่าคะแนนสอบออกมาเลวร้ายอย่างที่ผมไม่เคยประสบมาก่อน  อาจารย์เดินเข้ามาเตือนในวันประกาศคะแนนว่ามีสิทธิ์ติด F นะลูก จะสู้อยู่หรือเปล่า?
 
ผมก็ยิ้ม(แห้งๆ)
แล้วก็บอกอาจารย์ในวันนั้นว่า "สู้ต่อครับจารย์!"
 
จากตอนนั้น
ยังไม่รู้ว่าผลจะเป็นยังไงเพราะอีก2วันข้างหน้าถึงจะสอบวิชาดังกล่าว
แต่หลังจากวันนั้นผมพลิกเป็นคนละคนเลยครับ คือถ้าหากเทียบกับช่วงก่อนหน้านั้นก็ขยันมากกว่าเดิมเป็นกอง
แต่ผลจะเป็นยังไง จะได้ผลหรือไม่
ผมก็ยังต้องรอลุ้นผลอย่างระทึกใจต่อไป 
 
 
 
สอง,เป็นคนช่างแชร์ ช่วยเหลือผู้อื่น

บรรดามดและปลวกมักจะคอยขนเศษอาหารคนละนิดคนละหน่อยจากนั้นจึงนำมา
กองรวมกันไว้ในรัง เพื่อแบ่งปันกันกินเสมอ...
 
ในมหาลัยผมประสบกับความจริงมากับตัวเองว่า
ในช่วงฤดูแห่งการสอบคนที่เรียนไม่ค่อยเก่ง อ่อนแอทางการศึกษามักจะเอาตัวรอดได้ยากขึ้น
ซึ่งเราไม่สามารถเอาตัวรอดได้ด้วยการนั่งอ่านหนังสือคนเดียวอีกต่อไป
เพราะยิ่งอ่านก็ยิ่งมึน พอมึนก็ยิ่งเมา จนสุดท้ายความรู้มันก็หมุนติ้วจำอะไรไม่ได้สักอย่าง
 
 
ฉะนั้นทางออกก็คือ "การติวหนังสือร่วมกับเพื่อน"
ผมชอบบรรยากาศของการติวหนังสือนะครับ ที่จะต้องนั่งล้อมวงกัน สนุกๆ มีขนมขลุกปาก 
พร้อมกับไขข้อสงสัยทางวิชาการไปพร้อมๆกัน  แบ่งปันความรู้และคำตอบซึ่งกันและกัน
แบบนี้น่ะได้ผลสุดๆ
 
 
แต่ปัญหาติดอยู่นิดนึงที่ว่า
ในบางครั้งที่ไปนั่งล้อมวงกันนั้นมันก็ไม่มีใครสักคนในวงที่รู้เลยว่า
"วิชานี้สอนอะไร หรือจะตอบข้อสอบยังไง"
ซึ่งนั่นทำให้เกิดอาการเหวอและพากันตายหมู่
ทางแก้มีทางเดียวคือ
 
"รณรงค์ให้คนที่เป็นตัวจริง-รู้ลึก-รู้จริง"
ออกมาช่วย ซึ่งทุุกครั้งผมก็ต้องลุ้นกันจนตัวโก่งว่า 
พวกเขาเหล่านั้นจะออกมาหรือไม่!
ครับ,
การช่วยเหลือกันคือหนึ่งในคุณสมบัติของนักศึกษาที่ดี
 
 
ศิลปะขั้นสุดท้ายคือ
ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ
 
ทุกครั้งที่โดนมนุษย์บุกทลายรัง พวกมดกับปลวกไม่เคยยอมแพ้เลยสักครั้ง
อีกทั้งพวกมันก็มักจะสร้างรังใหม่เสมอๆอย่างไม่ย่อท้อ...
 
การเป็นเด็กเมเจอร์ภาษาอังกฤษสำหรับเด็กน้อยอย่างผมที่ไวยากรณ์ไม่แน่นนั้นไม่ใช่เรื่องกล้วยๆเลย
เพราะทุกวันต้องเจอแต่การบ้านระดับหิน ซึ่งแน่นอนว่าผมล้มแล้วล้มอีกนับครั้งไม่ถ้วน โดยเฉพาะ
วิชาการเขียนเรียงความ หรือ "ESSAY WRITING"
ที่ชิ้นงานแทบทุกชิ้นของผมในช่วงแรกเป็นดั่งทะเละเพลิง
 
คือมีปากกาสีแดงถล่มแทบทุกบรรทัด ผิดแล้วผิดอีก ผิดยับผิดเยิน ผิดซ้ำผิดซาก สารพัดผิดครับ
ยอมรับว่าในตอนนั้นทั้งท้อทั้งเหนื่อย - เกิดมาไม่เคยคิดสักโมเมนต์ของชีวิตเลยว่า
จะต้องได้แก้งานอะไรบ่อยขนาดนี้ (ในมหาลัยนั้นการแก้งานบ่อยเป็นเรื่องปกติจนน่ากลัว)
 
ซึ่งผมก็กัดฟันสู้ ค้นคว้าอย่างหนัก ชิ้นงานแรกๆของผมได้คะแนนแค่ 1.5/4 , 2/4
แต่ชื้นสุดท้ายของเทอมที่ผมส่งอาจารย์  ผมได้คะแนน 4/4 หมดเลยครับ
อาจารย์ยังแซวเล่นๆว่า "ไม่เชื่อตัวเองล่ะสิ"
พูดแล้วน้ำตาคลอ
 
 
ฉะนั้นถ้าเจอวิชาไหนหนักๆในมหาลัยอย่าเพิ่งไปท้อนะครับ สู้ไปกับมัน เดี๋ยวก็ชนะเอง!
 
 
...
 
 
ในวันนี้อาจารย์ปรัชญาที่ชื่อ "มดกับปลวก" 
ได้บอกแนวทางและศิลปะการใช้ชีวิตมาเพียง3ข้อเท่านี้
ถึงอย่างนั้นผมยังคงเชื่อว่าเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ยังต้องมีเรื่องราวอันลึกล้ำซ่อนอยู่แน่นอน
แต่คุณอาจต้องลองค้นหามันเองและเอามาปรับใช้กับชีวิตของคุณ
 
 
 
ปรัชญาหรือปัญญาบางอย่าง
มันก็อยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด
อยู่ที่เราว่าจะมองเห็นหรือไม่
 
 
 
ไหนๆก็จะจบเอ็นทรี่แล้ว
ผมตื้้นตันมากที่ทุกคนอ่านสิ่งที่ผมบ่นว่าอยากเล่ามากๆจบ
ครับ-ผมได้เล่าสมใจแล้ว
ถ้าอย่างนั้นก่อนจะพบกันเอ็นทรี่หน้า
ผมก็มีอีกสิ่งที่อยากบอกกับคุณผู้อ่านก่อนจากกันมากๆว่า
 
 
 
 
"อ่านจบแล้ว
 อย่าลืมคิดอย่างมดกับปลวกนะ"
 
 
 
 
 
 
สวัสดีครับ...
พบกันใหม่เอ็นทรี่หน้า
 
 
 
 
 
 
 
 
หนุ่มติ๋มCool
(ขอบคุณทุกคนที่อ่านกันจนจบนะ ซาบซึ้งจริงๆ)
 
 
 
 
 
 
ปอลอ. ถ้าชอบก็ปะแปะดาวกันสักนิดสักติ๊ดให้ดีใจเล่นหน่อยนะ
Embarassed
 

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณน่ะคะ ^^Hot! Hot! confused smile

#13 By Lilly.Captain on 2011-07-16 15:07

Hot!

สู้ต่อไป ไอ้มดแดง เอ๊ะ... หรือไอ้จอมปลวก 5555+

#12 By Dhammasarokikku on 2011-03-09 08:42

ตามมาอ่าน ดีครับ big smile
Hot! Hot! Hot!

ชอบค่ะbig smile

มาพยายามด้วยกันนะคะ (รู้สึกว่าตัวเองขี้เกียจอยู่พอสมควร)

#10 By onsanookza on 2011-03-04 04:48

นั้นซินะชีวิตเด็กมหาลัย...ผ่านมาก็นานระดับนึง

ไม่ต่างอะไรกับชีวิตคนทำงาน จะต่างก็ตรงที่ทำงานเรื่อยๆไม่มีวันจบ จนกว่าจะเกษียณ

#9 By pk_fon on 2011-03-04 04:41

อิอิ เด็ดอีกแล้วว
ปล.เค้าก็เป็นเด็กท้ายแถวอีกคนเหมือนกันแหละ :)
สู้ๆ ^^

#8 By กล้วยปั่น (119.31.78.157) on 2011-03-03 10:13

Hot! Hot! Hot! Hot!

อันนี้ก็ได้แง่คิดที่ดีเหมือนกันเลยนะครับเนี่ย..

^^

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์นะครับผมbig smile big smile big smile
Hot! ได้มุมมองในการคิดมาเพิ่มอีก ขอบคุณค่ะ

#6 By givgiw on 2011-03-02 22:11

เราก็จะไม่ยอมแพ้มดปลวก เหอๆ

Hot! Hot!

#5 By นายอะติม on 2011-03-02 22:04

ทำให้ได้คิดอะไรเยอะเลย ขอบคุณที่เขียนเรื่องดีๆแบบนี้ให้อ่าน และก็ขอให้โชค A นะจ๊ะbig smile

#4 By fethful (202.28.27.6) on 2011-03-02 20:20

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

โว๊ะ โอ คิดได้ ทำได้ขนาดนี้ สุโค่ยเลยค๊าบบบบ

ขอให้น้องโชคดี เก็ทเอไปเลยน๊า^^


ปล.ขอบคุณมดกับปลวกที่ทำให้มีเรื่องราวดีๆมาเล่าสู่กันฟังbig smile

#3 By [[E-นู๋นุ่น]] on 2011-03-02 19:33

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! big smile

#2 By Frienderlyna on 2011-03-02 18:41

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
ชอบจัง มันทำให้คิดอะไรได้เยอะเลยค่ะ
ขอบคุณนะค๊า ^^

#1 By #Sugar|ii|sm on 2011-03-02 18:37