น้ำตาญี่ปุ่นในจอเหลี่ยมสี่
posted on 12 Mar 2011 17:13 by lussunton in University-Lifeหลายคนคงรู้สึกสะเทือนใจไม่น้อย
กับเหตุการณ์ "ซึนามิ" ที่ประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 11 มีนาคม ที่ผ่านมา...
ครับผมเองก็รู้สึกแบบนั้น
และเอ็นทรี่นี้ก็อยากบอกเล่าความรู้สึกนั้นออกมา
อย่าเพิ่งกดกากบาทจากไป
หากมีเวลาก็ลองนั่งฟัง
.....

ภาพคลื่นสมุทรขนาดยักษ์ที่กว้างยาวและคลั่งกำลังโถมถันเข้าใส่เกาะฮอนชูประเทศญี่ปุ่น คลื่นคลั่งเหล่านั้นพัดพาพาหนะและบ้านเรือน จำนวนมากลอยไปตามกระแสน้ำที่เกิดจากแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงถึง 8.9 ริคเตอร์ ได้ปรากฏผ่านช่อง "สำนักข่าวไทย" ในจอโทรทัศน์ที่บ้านผม
เมื่อวันก่อน
เหวอและอึ้ง
คือความรู้สึกที่คลื่นสึนามิในสื่อสาดเข้ามากระทบกับความรู้สึกของเด็กมหาลัยอย่างผมในแวบแรก
ในตอนนั้นผมไม่รีรอที่จะตะครุบรีโมทเพื่อไหลต่อไปยังช่อง NHK เพื่อฟังความเคลื่อนไหวของข่าวจากประเทศญี่ปุ่นเองแบบสดๆ
แต่สิ่งที่ผมพบคือ
ไม่มีผู้ประกาศข่าวชาวเอเชียออนแอร์
ในตอนนั้นมีเพียงภาพของความเสียหาย เพลิงสีส้มที่กำลังลุกไหม้และเกลียวคลื่นที่ก่อความเสียหาย ประกอบกับเสียงบรรยายของผู้ประกาศข่าวแทนในช่วงที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ผมดู NHK ไม่แน่ใจว่าผมรู้สึกไปเองหรือไม่ว่า การอ่านข่าวของผู้ประกาศข่าวแดนปลาดิบนั้นมันช่างเรียบนิ่ง สงบ สง่า จนกลายเป็นแข็งกระด้าง ไร้ชีวิตชีวา
แต่ในครั้งนี้มันกลับแตกต่างออกไปราวกับว่าแก้วเสียงแห่งความแข็งกระด้างที่เปล่งออกมาในวันนั้น...
กลับมีความห่วงใยอยู่ภายใน
"เซนได" เมืองแห่งออนเซ็นซึ่งถือว่าเป็นจังหวัดที่พี่ญี่ปุ่นร่วมชาติอยากไปเยือนเป็นลำดับ 3 ของประเทศ
คือเหยื่อของธรรมชาติลำดับแรกในเหตุการณ์ครั้งนี้ ที่คลื่นยักษ์ขนาด 10 เมตรได้เข้ามาเยือนก่อนที่จะแผ่ขยายวงกว้างออกไปยังบริเวณอื่น
นับเป็นความสูญเสียที่สาหัส
แม้ระยะทางระหว่างประเทศไทยกับญี่ปุ่นจะห่างกันไม่น้อย
แม้ผมจะไม่ได้ถึงกับดูข่าวแล้วมีน้ำตาตกจนต้องหยิบกระดาษทิชชู่มาซับ แต่ผมก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึก
"เห็นใจ-เสียใจ" เพื่อนร่วมโลกแดนปลาดิบในเหตุการณ์นี้และไม่มีเหตุผลที่จะต้องอดด้วย
แต่ภาพที่ปรากฏบนจอที่มีเหลี่ยมสี่มุมในครั้งนี้ก็เหมือนโยนคำถามให้กับผมในนาทีที่กำลังสะเทือนอารมณ์
จนอดรู้สึกไม่ได้ว่านี่คือเรื่องตลกร้ายอย่างหนึ่งของโลกเช่นกัน
เรื่องตลกขำไม่ออก ที่กำลังบอกว่า...
"บางครั้งชีวิตมันสั้นกว่าที่คิดและเราก็มักจะไม่ทันตั้งตัว"
ผมไม่รู้หรอกว่า พี่ญี่ปุ่นเหล่านั้นจะยังมีสิ่งที่ติดค้างอะไรหลงเหลืออยู่ในใจไหม มีความฝันที่อยากไปให้ถึงและรอวันที่มันจะเป็นจริงอยู่หรือไม่ รึมีใครสักคนที่กำลังรอให้พวกเขากลับบ้านเพื่อดูแลหรือเปล่า ซึ่งความสงสัยเหล่านี้ก็ยังคงจะเป็นปริศนาต่อไปตลอดกาล
ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังคงหลงเหลือเสียงกระซิบเบาๆที่ส่งมาถึงผมผ่านทางหน้าจอนั้นว่า
"ธรรมชาติอาจเป็นคนกำหนดชะตาชีวิตเราว่าจะจบลงในวันใด
นั่นคือสิ่งที่ไม่อาจฝืน
แต่การจะดำเนินชีวิตอย่างไรให้มีค่าที่สุดก่อนที่จะถึงวันนั้น
น้องทำได้แล้วน้องก็ควรเลือกที่จะทำ ก่อนที่จะไม่มีโอกาส
เพราะชีวิตมันสั้นเหลือเกิน"
. .
ในตอนนี้
นายกรัฐมนตรี นาโอโตะ คัง คงกำลังเร่งสั่งการให้ความช่วยเหลือ
สำนักข่าวทุกแห่งคงกำลังพยายามนำเสนอข่าวและแจ้งข้อมูลต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อรประชาชน
พี่น้องบางคนในญี่ปุ่น อาจกำลังนั่งพับนักกระดาษเพื่อส่งแรงอธิษฐานอยู่ในซอยใดซอยหนึ่งของมุมเมือง
น้องเคอิโหงะก็กำลังพยายามติดต่อคุณพ่อ ซึ่งยังไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ด้วยความเป็นห่วง...
ส่วนผมที่อยู่นอกเหตุการณ์
คงทำได้เพียงเขียนเอ็นทรี่สั้นๆ นี้ขึ้นมาอย่างเงียบๆ
พร้อมกับกุมมืออธิษฐานให้เรื่องราวเลวร้ายในครั้งนี้เหมือนกับพล็อตการ์ตูนญี่ปุ่นทั้งหลาย ที่แทบทุกครั้ง
เมื่อประสบปัญหาสาหัส "ความหวัง" จะปรากฏออกมาและนำพาตัวละครรอดพ้นผ่านปัญหาไปได้ในที่สุด
แล้วก็อยากจะบอกให้พี่ๆทุกคนทางนั้น
ด้วยเอ็นทรี่นี้ว่า
" ขอให้พวกพี่ปลอดภัยครับ
และขออย่าให้เกิดภัยพิบัติอะไรมาซ้ำเติมอีกเลย
และขออย่าให้เกิดภัยพิบัติอะไรมาซ้ำเติมอีกเลย
เพราะผมไม่อยากให้
น้ำตาของญี่ปุ่นจะต้องไหลมากไปกว่านี้"
หนุ่มติ๋ม
(ขอให้ผ่านพ้นเรื่องร้ายๆไปไวๆ นะพี่ๆแดนปลาดิบ)
ปอลอ.ขอให้พี่ๆชาวญี่ปุ่นปลอดภัย อีกครั้งครับ


